วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

ปัญหาสิ่งแวดล้อมมมม ,,,

             ธรรมชาติกำลังเอาคืนจากมนุษย์ผ่านภัยพิบัติเหล่านี้หรือป่าว???

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภัยจากน้ำและดิน ฟ้า อากาศ เช่น พายุ น้ำท่วม ภัยแล้ง ภัยทางธรณีวิทยา เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด คลื่นสึนามิ ,ภัยจากเชื้อโรค เช่น โรคระบาดที่ร้ายแรงต่างๆ 

ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นถี่ยิบและเกรี่ยวกราดกว่าเมื่อก่อนมากกก




วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555

คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก ,,,หนังสือเกี่ยวกับคิดใหญ่ไม่คิดเล็ก เทคนิคการคิดที่จะผลักดันให้คุณ ประสบความสำเร็จเกินกว่าที่คาดไว้



  หนังสือ Big คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก เป็นหนังสือที่พี่สาวซื้อมาอ่านเล่นน เลยหยิบมาอ่านดู เค้าได้ให้ข้อคิดหลายอย่างมาก

เช่น "ลบคำว่าเป็นไปไม่ได้ ออกจากความคิดและคำพูดของคุณ"
   
      "อย่าปล่อยให้ความคิดหลุดลอย จงเขียนลงกระดาษ"

      "ถามตัวเอง เราจะทำให้มากขึ้นได้อย่างไร?"

       การที่จะสร้างและทำให้พลังแห่งความเชื่อแข็งแกร่ง มีหลัก 3 ประการ ดังต่อไปนี้
  1. คิดว่าต้องสำเร็จ อย่าคิดว่าจะล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือ ครอบครัว ต้องคิดว่า คุณจะประสบความสำเร็จ เมื่อคุณประสบ กับปัญหา ยุ่งยาก จงคิดว่า " เราจะชนะ " ไม่ใช่ " เราจะแพ้ " เมื่อคุณแข่งกับคนอื่น ต้องคิดว่า เราเก่งเท่าๆ กับคนที่เก่งที่สุด ไม่ใช่ " เราเป็นรองเขา " เมื่อโอกาสเกิด ต้องคิดว่า " เราทำได้ ไม่ใช่ปอดว่าเราทำไม่ได้หรอก " ให้จิตใจส่วนที่คิดว่า " เราจะสำเร็จ" ชี้นำความคิดของคุณ ความคิดที่เชื่อว่าจะสำเร็จจะควบคุมจิตใจของคุณให้คิดแผนการและกลยุทธ์ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ
ถ้าคิดว่าจะล้มเหลวย่อมนำไปสู่ความล้มเหลว เพราะความคิดที่ว่า จะล้มเหลว จะควบคุมจิตใจให้คิดในสิ่งที่ผิดพลาด


2. เตือนตัวเองอย่างสม่ำเสมอว่า คุณเก่งกว่าที่คุณคิด คนที่ประสบผลสำเร็จไม่ใช่ซูเปอร์แมน ความสำเร็จ ไม่ต้องอาศัย หัวสมองที่ดีเลิศ และก็ไม่มีอะไร มหัศจรรย์เกี่ยวกับความสำเร็จ ความสำเร็จ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับ โชคชะตา คนที่ประสบผลสำเร็จ ก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่ได้ พัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง และทำตามนั้น อย่า-อย่ายอมรับ หรือแสดงให้ใครเห็นว่า คุณไม่ใช่คนชั้นหนึ่งเป็นอันขาด


3. คิดใหญ่ ขนาดของความสำเร็จถูกกำหนดโดยขนาดของความเชื่อของคุณ คิดอะไรเล็กๆ ก็จะประสบผลสำเร็จ เพียงเล็กน้อย คิดการใหญ่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ จำไว้ว่า ความคิดใหญ่ และแผนการใหญ่นั้น ปกติจะทำได้ง่ายกว่า ความคิดเล็ก และแผนการเล็ก

        นายราล์ฟ เจ คอร์ดิเนอร์ ประธานกรรมการของบริษัทเจเนอรัล อิเล็กทริก พูดกับที่ประชุมสัมมนาการเป็นผู้นำว่า " สิ่งที่ผมต้องการ จากทุกคน ที่ปราถนาจะเป็นผู้นำ สำหรับตัวเขาเองและสำหรับบริษัทของเขาก็คือ ความมุ่งมั่นที่จะฝึกฝนด้วยตัวเอง ไม่มีใครที่จะสอนให้เขาทำได้ การที่คนเราจะล้าหลังหรือก้าวหน้าในงานนั้นขึ้นอยู่กับตัวเขาเองที่จะต้องทำงานและทุ่มเทเต็มกำลัง ไม่มีใครทำให้เขาได้ "





   

ประวัติส่วนตัว,, นางสาวต่วนราฮายา ^^

 __ประวัติส่วนตัว_          _
ชื่อ นางสาว ต่วนราฮายา อับดุลบุตร  ชื่่อเล่น ต่วน
กำลังศึกษาอยู่ คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการประถมศึกษา ชั้นปีที่ 2 ค่ะ 
รหัสนักศึกษา   5420117188        เรียนวิชา 266-211 กลุ่ม      1  ค่ะ 

เกิดเมื้อวันที่ 4 เดือน ธันวาคม 2535 ปัจจุบันอายุ 19 ปี ค่ะ 
จบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาจาก  โรงเรียนแหลมทองอุปถัมภ์  
จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาจาก   โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล

บ้านอยู่ จังหวัดปัตตานี ค่ะ 
มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน เป็นลูกคนที่ 2 ค่ะ 
พ่อและแม่มีอาชีพ รับราชการ ค่ะ ^^ 

วิชาที่ชอบ ภาษาอังกฤษ   วิชาที่ไม่ชอบ ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ ค่ะ ^^ 
สีที่ชอบ       สีน้ำตาลเข้ม ดำ  สีที่ไม่ชอบ  เขียวจาเมก้า เหลือง
กีฬาสุดโปรด  บาสเกตบอล    กีฬาที่ไม่ชอบ  ตะกร้อ ^^

อนาคต  อยากเป็นคุณครูที่สอนเด็กให้ได้ทั้งคุณธรรม จริยธรรม และความรู้ทุกแขนง ! ^^
คติประจำใจ  ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จจะรอเราอยู่ที่นั้น ,,,,

LAB 3 เรื่อง การออสโมซิสของไข่ไก่ดิบ

LAB ๓  การทดลอง เรื่องการออสโมซิส 


วัตถุประสงค์                                                                                                                                                                                       
  1. เพื่อให้สามารถทดลองได้ด้วยตนเอง                                                                                                          
  2. เพื่อให้เข้าใจสามารถอธิบายกระบวนการออสโมซิสได้





อุปกรณ์

1. ไข่ไก่ดิบ 1 ฟอง                    2. มีด 1 ด้าม                        
3. ขวดนมเปรี้ยว 1 ขวด            4. เทียน 1 เล่ม          
5. หลอดกาแฟแบบใส               6. ไฟแช็ค 1 ด้าม

วิธีการทดลอง

1. นำไข่ไก่มาหนึ่งฟอง แล้วตอกเบาๆบริเวณที่ป้าน ให้เกิดรอยร้าวเล็กน้อย
2. ใช้มีดที่เตรียมไว้มาแกะเปลือกไข่บริเวณที่ร้าวเล็กน้อย ให้เหลือแต่เยื่อหุ้มไข่
3. ทำอีกด้าานของไข่ให้เหมือนกับข้อ 2 แตแกะเปลือกไข่ให้กว้างพอทีจะปักหลอดกาแฟลงไปได้
4. นำหลอดกาแฟปักลงไปในไข่ให้ลึกพอประมาณ หากเกิดช่องว่างให้ใช้น้ำตาเทียนอุดไว้
5. นำขวดนมเปรี้ยวมา แล้วเติมน้ำลงไปให้เต็ม
6. นำไข่ไก่แช่ลงไปในขวดนมเปรี้ยว โดยให้ด้านที่เหลือแต่เยื่อหุ้มไข่จมน้ำ



ผลการทดลอง
เวลา/นาที
ความสมดุลของเหลวในหลอด (cm)
15
0
30
0.2
45
0.6
6o
1.4
90
2.1
110
3.3

สรุปผลการทดลอง
       จากการทดลองเรื่องการออสโมซิสของไข่ไก่ พบว่า ไข่ขาวจะขึ้นมาตามช่องอากาศจากปริมาณเล็กน้อย และดพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป
       เนื่องจากเกิิดการออสโมซิสจากบริเวณที่มีความเข้มข้นมากไปสู้บริเวณี่มมีความเข้มข้นน้อย โดยผ่านทางเยื่อหุ้มเซลล์ ทำให้เกิดการกระจายจากบริเวณที่มีน้ำมากไปสู่บริเวณที่มีน้ำน้อย ซึ่งแรงดันของน้ำจะดันให้ไข่ขาวขึ้นไปในหลอด ปริมาณของน้ำในขวดก็จะลดน้อยลง

ข้อเสนอแนะ                                                                                                                                                                                      
  - การใส่หลอดในไข่ควรใส่ให้ระวังอย่าให้โดนไข่แดง                                                                                   
  - การกะเทาะเปลือกไข่ควรระวังอย่าให้เนื้อเยื่อฉีดขาด       

                                                                                         

แนวนักสืบ...ฝึกกระบวนการคิด สังเกต วิเคราะห์ เรื่อง เชอร์ล๊อค โฮล์มส์


: เรื่องที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับเชอร์ล็อค โฮล์มส์


             ผู้แต่งคือเซอร์ อาร์เธอร์ อิกเนเชียส โคนัน ดอยล์ (Arthur Ignatius Conan Doyle) เป็นแพทย์ชาวสก็อตแลนด์ แต่งเรื่องเชอร์ล็อก โฮลมส์ ไว้ทั้งสิ้นเป็นเรื่องยาว 4 เรื่อง และเรื่องสั้น 54 เรื่อง

          ต้นแบบของเชอร์ล็อก โฮล์มส์  มาจาก มาจากนายแพทย์โจเซฟ เบลล์ ระหว่างที่เขาเป็นแพทย์ฝึกงานที่ โรงพยาบาลเอดินเบิร์กรอยัล นายแพทย์อาวุโสสามารถระบุอาการและโรคของคนไข้ได้ทันทีเพียงจากการสังเกตสภาพภายนอก หรือสามารถอธิบายเรื่องราวได้มากมายจากข้อสังเกตเพียงเล็กน้อย ซึ่งทำให้โคนัน ดอยล์ ทึ่งมาก นายแพทย์เบลล์ยังเคยช่วยเหลือการสืบสวนคดีของตำรวจบางคดีอีกด้วย

             เชอร์ล็อก โฮล์มส์ มีชื่อเต็มว่า วิลเลียม เชอร์ล็อก สก๊อต โฮล์มส์  ถึงจะเล่นไวโอลินเก่ง แต่ตอนที่โฮล์มส์ติดปัญหาหรือคิดอะไรไม่ออก  เขามักจะสีไวโอลินแบบไม่เป็นเพลง  ทำนองว่าไสคันชักไปตามใจฉัน

            โฮล์มส์วชาญด้านเคมี อาชญวิทยา ธรณีวิทยา กฏหมาย กายวิภาค รวมไปถึงสามารถบอกได้ว่าขี้เถ้ายาสูบที่ตกอยู่ที่พื้นเป็นของยี่ห้ออะไร 
             โฮล์มส์รู้จักกับหมอวัตสันครั้งแรก ก้ตอนหาห้องเช่าคู่ ห้องพักที่ทั้งสองเช่าเป็นบ้านของมิสซิสฮัดสัน ตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 221 บี ถนนเบเกอร์ โดยพวกเขาเช่าพื้นที่ชั้นสองของบ้าน ส่วนมิสซิสฮัดสันอาศัยอยู่ชั้นล่าง และทำหน้าที่จัดเตรียมอาหารเช้าให้พวกเขาด้วย 
             หลังคิดว่าโฮล์มส์เสียชีวิต วัตสันได้ย้ายออกจากห้องเช่า แต่พอรู้ว่าโฮล์มส์ยังไม่ตาย วัตสันก็ตอบรับคำชวนให้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก โดยโฮล์มส์ถึงกับออกเงินให้ญาติห่างๆของตัวเองซื้อที่ที่วัตสันอยู่ตอนนั้น เพื่อที่วัตสันจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันตามเดิม ( เราอ่านตอนนี้เเล้วเเบบซึ้งมาก ♥ )

            ศัตรูคู่ปรับของโฮล์มส์คือ ศาสตราจารย์เจมส์ มอริอาร์ตี้


               มอริอาตี้คอยชักใยอยู่เบื้องหลังคดีหลายคดี แต่ไม่เคยมีใครจับได้ มอริอาร์ตี้เป็นผู้มีอำนาจขนาดว่าสามารถทำให้ทั่วยุโรปสั่นคลอนได้ ถูกขนานนามว่านโปเลียนแห่งโลกอาชญากรรม
              ในตอนจบ ผู้เขียนได้ให้โฮล์มส์ตกหน้าผาตายพร้อม ศ.มอริอาตี้ ทว่าผู้อ่านได้เรียกร้องให้เขียนต่อโฮล์มส์จึงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ( ในหนังสือได้ถูกเเต่งให้ตกหน้าผาตายที่สวิสเซอร์เเลนด์ เเละในหนังเองก็เช่นกัน ♥ )
              โฮลมส์ไม่ได้แต่งงาน แต่เชื่อว่าเขาเคยมีความรักกับสตรีผู้หนึ่ง ซึ่งต่อมาเกิดเหตุที่ทำให้ทั้งสองไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ และโฮลมส์ไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนอีกเลย หญิงสาวในความทรงจำของโฮลมส์ผู้นั้นมีชื่อว่า ไอรีน แอดเลอร์ (Irene Adler) 

               เชอร์ล็อก โฮลมส์ ได้รับการบันทึกจากกินเนสส์บุ๊คว่าเป็น "ตัวละครที่มีผู้แสดงมากที่สุด" ภาพลักษณ์ของโฮลมส์กลายเป็นสัญลักษณ์ของนักสืบ และส่งอิทธิพลต่อวรรณกรรมและการแสดงในประเภทรหัสคดีจำนวนมาก

               ข้อสุดท้าย ใครที่อ่านมาจนจบ แล้วเกิดความรู้สึกอยากอ่านเรื่องนี้ขึ้นมา  ก็ถือว่าเจ้าของบล๊อกนี้ประสบความสำเร็จแล้ว  ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอ่านนะค่ะ ^^